• Breaking News

    เวบบล็อกบันทึกชีวิตธรรมดาของผู้หญิงธรรมดา มิมีสาระ แค่บ้า ๆ บ่น ๆ

    ค้นหา

    25 ก.ย. 2554

    คืนฝนพรำ

    นอนไม่หลับ ทั้ง ๆที่ฝนตกอากาศเย็นสบาย จึงลุกขึ้นมาควานหาโน๊ตบุ๊ค ตั้งใจทำงานที่ค้างให้เสร็จ รับปากกับพระที่วัดว่าจะทำเวบบล็อกให้กับวัด นั่นคือบล็อก สำนักปฏิบัติธรรมป่าช้า อาเลา หัวเสือ โคกรัง อาศัยความรู้ที่พอจะมีอยู่บ้าง ทำประโยชน์สักหน่อย เคยตั้งปณิธานจะสร้างวัดสำหรับเป็นที่พักสงบใจของกคนที่เจอมรสุมร้าย แต่ผ่านวัยมาเกือบเข้าครึ่งชีวิต ก็ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะเป็นไปได้แต่อย่างใด จะรอให้ถูกหวย หรือรอให้สุลต่านจากบรูไนมารับไปเป็นคนรับใช้ มันก็ดูห่างไกลความจริงเสียเต็มที เพราะฉะนั้นทำเวบบล็อกให้กับวัดไปพลาง ๆ ก่อนดีกว่า

    ลุกขึ้นเปิดโน๊ตบุ๊คขึ้นมากาง รับรู้ที่ถึงความรู้สึกปวดตุ๊บ ๆ ที่มือ นึกขึ้นมาได้ มองไปที่มือขวาบวมเป่ง พอพลิกคว่ำมือลง มองดูแล้วเหมือนแม่อึ่งอ่างกำลังพองตัว ปวดชะมัด เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ คิดซ้ำคือทำผิดเพิ่ม “ แต่ก็ยังอดที่จะคิดซ้ำอีกไม่ได้ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อคืนวานนี้เอง

    ตีสองของคืนวันฝนพรำ ในขณะที่เรากำลังหลับอย่างมีความสุข ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งหนาว มือเริ่มควานหาผ้าห่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่ทว่ามือที่ควานหาผ้าห่มกลับไปโดนอะไรเข้าบางอย่างปวดเหมือนไฟเผารีบกุมมือแล้วบีบตรงที่ปวดอย่างทันที ไฟช๊อต อะไรกันนะ ลุกดิ่งขึ้นไปเปิดไฟ เอ๊ะไม่เห็นมีอะไร หรือว่ามือเราจะไปโดนเอาไฟอ่านหนังสือแล้วมันร้อน แต่พอมองไปที่มือตรงที่ปวด กลับมองเห็นมีเลือดออกเล็กน้อย รอยดูเหมือนรอยเขี้ยวอะไรสักอย่าง นึกผวาไปถึงงูโดยทันที ถ้าเป็นงูคงมีสิทธิ์ได้กรี๊ดลั่นบ้านตอนตีสอง นี่ไม่ใช่ความฝันว่างูรัดหรอกนะ มันฉกแน่ ๆ แล้วงูมันอยู่ที่ไหนนะ เอ๊ะหรือว่ามันจะอยู่ใกล้ผ้าห่ม ลุกขึ้นไปกระชากผ้าห่มลากออกมาจากที่นอน โอ๊ยหัวใจหล่นผวาวาบ ตะขาบตัวเบ้อเริ่ม โคตรตะขาบ ต้นตระกูลตะขาบแท้ ๆ มันนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม ผ้าห่มผืนเดียวกันกับเรา

    จะปล่อยให้มันลอยนวลอยู่ในห้อง คงเป็นอันไม่ต้องนอนกันหล่ะคืนนี้ เพราะกลัวอย่างจับใจ จะทำไงดีน๊า จะปลุกแม่ให้มาประหารชีวิตไอ้ตะขาบตัวนี้ก็ไม่กล้า ขืนทำดูสิ มีหวังโดนบ่นจนหูชา “ ก็ห้องเอ็งมันโคตรรก ไม่รู้จักเก็บจักกวาด โตเป็นควายแล้ว “ นี่ประโยคประจำ และจะแถมมาให้บทสวดอีกยาว …. เฮ้อ ! ไม่ปลุกดีกว่า

    ตัดใจ คว้าเบาะที่รองนั่งที่นั่งทำงานประจำโยนไปทับตัวตะขาบแล้วยื่นขาไปเหยียบด้านบนอย่างแรง ตั้งใจบดขยี้ตะขาบให้ตาย ทำไปก็ตัวสั่นไป เหงื่อเท่ากับเมล็ดข้าวโพดหยดแหมะ ๆ นึกขออโหสิกรรม มันก็คงไม่ตั้งใจจะทำร้ายเรา แต่ถ้าเราไม่ทำร้ายมัน ปล่อยมันไปอีก กลัวว่าจะมีคนในบ้านเป็นรายต่อไป เหตุที่บอกว่าปล่อยมันไปอีก เพราะเราเคยปล่อยตะขาบตัวนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ช่วงที่ทำความสะอาดบ้าน มันวิ่งดิ่งตรงเข้ามาที่ห้องเรา เรารีบกวาดมันออกจากบ้านโดยที่ไม่ฆ่ามัน และไม่ปริปากบอกใคร กลัวคนอื่น ๆ จะฆ่ามัน แต่นี่แค่ 2 อาทิตย์ มันก็ยังดิ่งตรงเข้ามาฝังเขี้ยวกับมือเราที่ปล่อยมันไปแท้ ๆ สาธุ ขอให้เลิกแล้วต่อกันไปเถอะ

    เกือบ 2 ชั่วโมงที่เราแอบฆาตกรรมตะขาบอย่างเงียบ ๆ อยู่ในห้อง พอเปิดเบาะรองนั่งดู เจ้าตะขาบตัวใหญ่ ซากของมันยังสั่นระริก ๆ นอกจากเหงื่อของเราที่มาจากความตกใจและกลัว คราวนี้มีน้ำตาไหลออกมาอาบหน้า เจ้าตะขาบตัวนี้มันคงเจ็บมาก ส่วนเราแค่เจ็บเล็กน้อย มันตาย แต่เรายังอยู่ ดูแล้วไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยกับความผิดของมัน มันก็แค่รักษาตัวให้รอด ตามธรรมชาติของสัตว์เท่านั้นเอง

    พลิกฝ่ามือขึ้นมาดูรอยเขี้ยวของมัน ก็ยังนึกถึงความผิดที่เราได้ทำลงไป เราไม่ยอมกินยาแก้ปวดใด ๆ แต่คงปล่อยให้ปวดไปเรื่อย อย่างน้อยก็ลบล้างความผิดในใจ สัญญากับตัวเองจะทำความสะอาดห้องทุกอาทิตย์ ไม่ปล่อยให้รกรุงรังอีกแล้ว

    บทความคอมพิวเตอร์

    Fashion

    Popular

    Beauty

    Recent Post

    Travel